Full Version : สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
nu20003 >>บอร์ดชีวประวัติบุคคลสำคัญ (Biography) >>สมเด็จพระนเรศวรมหาราช


<< Prev | Next >>

Guest- 08-31-2005
พ.ศ. 2098 พระราชสมภพ (ปีเถาะ)
พ.ศ. 2107 หงสาวดีได้ขอตัวพระนเรศวรซึ่งมีพระชนม์มายุเพียง 9 พรรษาในขณะนั้นไปเป็นตัวประกันที่กรุงหงสาวดี เนื่องจากหงสาวดียึดเมืองพิษณุโลก
พ.ศ. 2112 เมื่อวันอาทิตย์ เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2112 กรุงศรีอยุธยาถูกตีแตกในครั้งแรกโยพม่า ในสมัยของพระเจ้า หงสาวดีบุเรงนอง สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช ทรงขึ้นครองราชย์ในปีนี้
พ.ศ. 2114 พระนเรศวรดำรงอิสริยยศเป็น พระมหาอุปราช ขึ้นครองเมืองพิษณุโลก เมื่ออายุ 16 พรรษา
พ.ศ. 2124 พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง สวรรคต พระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงขึ้นครองราชย์แทน แส้วสถาปนา มังกะยอชวา ขึ้นเป็นพระมหาอุปราชมังกะยอชวาแห่งกรุงหงสาวดี
พระนเรศวรตีเมืองคัง จับเจ้าฟ้าไทยใหญ่มาให้กับพระเจ้ากรุงหงสาวดี

พ.ศ. 2127 พระนเรศวรประกาศอิสรภาพ ณ เมืองแครง เมื่อวันอังคาร เดือนพฤษภาคม เวลาประมาณ 19.00 น.
หลังจากประกาศอิสรภาพพระเจ้าหงสาวดีให้จัดทัพเข้ามาตีกรุงศรีฯเพื่อมิให้ตั้งตัวได้ โดยส่งพระยาพสิม และพระเจ้าเชียงใหม่เป็นแม่ทัพ แต่ตีทัพไทยไม่สำเร็จจึงต้องยกทัพกลับหงสาวดี ...พระเจ้าหงสาวดีตั้งใจจะตีต่อให้ได้ จึงสั่งทัพให้ไปตั้งรับ เพื่อรอทัพหลวงของพระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงก็ยกทัพลงมาบุกกรุงศรี อยุธยบาเอง

พ.ศ. 2128 ปลายปีพ.ศ.2128 จนถึง 2129 ทัพหลวงของพระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรง ยกทัพออกจากเมืองหลวงมาตี กรุงศรีฯเอง โดยทัพของพระมหาอุปราชมังกะยอชวาตีเอาค่ายเจ้าพระยากำแพงเพชรได้ แต่แล้วทัพของพระนเรศวรกับพระเอกาทศรถก็กระหน่ำตีเอาค่ายพระยากำแพงเพชรคืนมาได้ เป็นเหตุให้พระเจ้าหวสาวดี แค้นเคืองยิ่งนัก ระดมทัพจะตีกรุงศรีอยุธยาหมายจะให้แตกจนได้
พ.ศ. 2130 หงสาวดีล้อมกรุงศรีอยุธยาอยู่ 5 เดือนเศษ ยังตีไม่สำเร็จ จึงวางแผนถอยทัพกลับไปบำรุงทัพก่อน เพราะเสียทหารไปเยอะ ประกอบกับเข้าฤดูฝน บุกจู่โจมต่อลำบาก แต่ขณะกำลังถอยทัพนั้นเอง พระนเรศวรและพระเอกาทศรถ เข้าไปโจมตีด้วยกระบวนทัพเรือระดมยิงปืนใส่และเผาค่ายพม่า เป็นเหตุทำให้ทัพพระเจ้า หงสาวดีต้องรีบยกทัพกลับเร็วที่สุด
พ.ศ. 2133 สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชเสด็จสวรรคตด้วยโรคชรา วันอาทิตย์ เดือนกรกฎาคม พุทธศักราช 2133 (พระชนมพรรษา 75 พรรษา)
พ.ศ. 2133 พระนเรศวรขึ้นครองราชย์ เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2133 (ขณะนั้นทรงมีพระชนมพรรษา 35 พรรษา)
สมเด็จพระนเรศวรเมื่อขึ้นครองราชย์ก็ได้สถาปนาพระเอกาทศรถขึ้นดำรงตำแหน่งพระมหาอุปราช ซึ่งมีอำนาจหลายๆอย่างเทียบเท่าพระนเรศวรในสมัยนั้น

หลังจากเสวนราชสมบัติได้ 4 เดือน (จนถึงเดือนพฤศจิกายน) พระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรง ก็ได้ให้พระมหาอุปราชมังกะยอชวา ยกกองทัพเข้ามาทางเมืทองกาญจนบุรี แต่พระนเรศวรวางกลอุบายล่อหลอกให้พม่าตายใจแล้วบุกโจมตีจนทัพหงสาวดีต้องเลิกทัพไป แม่ทัพหน้าถูกฆ่าตาย ส่วนพระมหาอุราชมังกะยอชวา เกือบเสียทีถูกจับได้

พ.ศ. 2135 ประเทศต่างๆที่เป็นเมืองขึ้นของพม่าเริ่มแข็งเมือง เพราะมีกรุงศรีอยุธยาเป็นแบบอย่าง จึงยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาอีกครั้ง โดยจะให้เป็นการพิสูจน์ตัวของพระมหาอุปราชมังกะยอชวา พระมหาอุปราชแรกก็เกี่ยง เพราะครั่นครามในฝีมือพระนเรศวรประกอบกับมีโหรทำนายทักว่าดวงชะตาไม่ดี แต่ไม่อาจบิดพริ้วพระเจ้า หงสาวดีได้ จึงต้องยกทัพพร้อมส่งไพร่พลออกทางเมืองหงสาวดีทั้งสิ้น 240,000 นาย ในเดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2135 และมาถึงเมืองสุพรรณบุรี ตั้งทัพอยู่ที่ตำบลตะพังกรุ ในเดือนมกราคม
วันจันทร์ แรม 2 ค่ำ เดือนมกราคม (เวลาประมาณ 11.00 นาฬิกา) พระนเรศวรทรงช้างชื่อพระยา ไชยานุภาพ เสด็จออกรบพระมหาอุปราชมังกะยอชวา ณ ตำบลหนองสาหร่าย และได้ทำการยุทธหัตถี (ตรงกับวันที่ 25 มกราคม พ.ศ.2135 ปัจจุบันถือว่าเป็นกองทัพไทย)

กล่าวกันว่าหลังจากสมเด็จพระทำยุทธหัตถีชนะพระมหาอุปราชมังกะยอชวาแล้ว พระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรงแล้วทมราบข่าวก็ถึงกลับสังหารพระสุพรรณกัลยา ( พี่สาวพระนเรศวร ) ทันทีนักประวัติศาสตร์บางท่านสันนิษฐานว่านี่เป็นมูลเหตุให้พระนเรศวรหมายมั่นจะทำการศึกพิชิตกรุงหงสาวดีให้จงได้ จึงไม่ยอมอยู่เสวยสุขในราชธานีเสด็จออกศึกอยู่ตลอดเวลา

ช่วงปลายปีพระนเรศวรได้รับสั่งให้ พระยาจักรีและพระยาคลังยกทัพไปตีเอาเมืองตะนาวศรีและเมืองทะวายคืนจากพม่า ซึ่งสำเร็จในที่สุด



พ.ศ. 2136 สมเด็จพระนเรศวรและสมเด็จพระเอกาทศรถยกทัพหลวงไปตีกรุงกัมพูชาและรับสั่งให้เจ้าเมืองนครศรีธรรมราช ยกทัพไปตีเมืองเสียมราฐ และได้กรุงกัมพูชา สำเร็จในเดือนเมษายน พ.ศ. 2137
พ.ศ. 2137 นับแต่ปีนั้นเป็นต้นมา มอญฝ่ายใต้ก็ยอมอยู่ในอำนาจกรุงศรีอยุธยาเรื่อยมา ได้แก่ เมืองเมาะตะมะ เมืองเมาะลำเลิง เมืองขลิก เมืองบัวเผื่อน เมืองพสิม
พ.ศ. 2138 สมเด็จพระนเรศวรยกทัพไปตีกรุงหงสาวดี ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2138 ล้อมกรุงหงสาวดีอยู่ 3 เดือน เห็นว่าตีไม่แตกจึงยกทัพกลับ
พ.ศ. 2142 ก่อนหน้านี้กรุงหงสาวดีเกิดการปั่นป่วนภายในอย่างหนักสมเด็จพระนเรศวรเห็นโอกาสดีจึงยกทัพไปหมายจะตีกรงหงสาวดี ในเดือน 3 ปีกุน แต่เมื่อไปถึงก็พบกรุงหงสาวดีกลายเป็นเมืองร้าง เพราะพระเจ้าตองอูได้ทรงตีเมืองหงสาวดีก่อนและนำพระเจ้ากรุงหงสาวดีนันทบุเรงที่กำลังประชวรอยู่ไปพำนักยังเมืองตองอู สมเด็จพระนเรศวรจึงเบี่ยงทัพไปยังเมืองตองอู เพื่อชิงตัวพระเจ้าหงสาวดีนันทบุเรง
พ.ศ. 2143 หลังจากสมเด็จพระนเรศวร มหาราชล้อมเมืองตองอูเป็นเวลา 3 เดือนเศษ พยายามตีเมืองตองอูยู่หลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ สมเด็จพระนเรศวรจึงยกทัพกลับกลางเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2143
เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2143 หลังจากที่ พระเจ้ากรุงหงสาวดีนันทบุเรงมาประทับอยู่ที่เมืองตองอูได้ 8 เดือน นัดจินหน่องแห่งเมืองตองอูก็ได้วางยาพิษปลงพระชนม์พระเจ้ากรุงหงสาวดีโดยได้โกหกป่าวประกาศตามหัวเมืองว่า พระเจ้ากรุงหงสาวดีทรงประชวรสิ้นพระชนม์ (ป่วยตาย) และมอบพระราชสมบัติแก่ พระเจ้าตองอูครองกรุงหงสาวดีสืบไป ...แต่ไม่มีหัวเมืองใดเชื่อ พม่าจึงแบ่งออกเป็น 3 ก๊ก ไม่ขึ้นต่อกัน โดยมีก๊กพระเจ้าแปร ก๊กพระเจ้าตองอู และก๊กพระอังวะ

พ.ศ.2143 -2146 กรุงศรีอยุธยา ว่างศึกสงครามมาตลอด 4 ปี
พ.ศ. 2146 พระเจ้าอังวะ สะสมกำลังพลได้มากเหนือพม่าฝ่ายอื่นๆจึงทำพิธีราชาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์พม่าโดยใช้พระนามว่า " พระเจ้าสีหนุธรรมราชา " แล้วขยายราชอำนาจขยายอาณาเขตออกไป ยังแคว้นไทยใหญ่จนเข้ามายังในออาณาเขตเมืองในความคุ้มครองของกรุงศรีอยุธยาถัดมา
พ.ศ. 2147 สมเด็จพระนเรศวรและสมเด็จพระเอกาทศรถยกทัพออกจากเมืองหลวงเพื่อไปตีสกัดพระเจ้าอังวะไม่ให้ลุกลามเป็นภัยใหญ่หลวงต่อกรุงศรีอยุธยาภายภาคหน้า โดยยกทัพออกในเดือนมกราคม พ.ศ. 2147 ไปตั้งทัพที่เชียงใหม่เป็นเวลา 1 เดือน แต่ทรงกลับประชวรหนักด้วยพิษฝีละลอกที่พระพักตร์เสียก่อน หมองหลวงประจำทับต่างพยายามรักษาพระอาการแต่ไม่ทุเลาขึ้น
พ.ศ. 2148 สมเด็จพระนเรศวรมหาราชเสด็จสวรรคต ที่เมืองหาง เรียกในหนังสือพระราชพงศาวดารว่า เมืองห้างหลวง อยู่ริมแม่น้ำ สาละวินข้างเมืองเชียงใหม่ วันจันทร์ ขึ้น 8 ค่ำ เดือนพฤษภาคม ปีมะเส็ง พ.ศ. 2148 พระชันษา 50 พรรษา เสด็จอยู่ในราชสมบัติ 15 พรรษา



Forumer™ is Voted #1 Free Forum Hosting provider
Build your own community today with the largest message board hosting company.