Full Version : เจ้าตากสินมหาราช
nu20003 >>บอร์ดชีวประวัติบุคคลสำคัญ (Biography) >>เจ้าตากสินมหาราช


<< Prev | Next >>

Guest- 08-31-2005
บันทึกเหตุการณ์การเสียกรุงศรีอยุธยาพ.ศ.2310
โดย:บาทหลวงฝรั่งเศสผู้เผยแพร่ศาสนาคาทอลิกในกรุงศรีอยุธยา
(เขียนเพื่อรายงานไปยังประเทศฝรั่งเศส)

"เมื่อพม่าเข้ากรุงได้แล้วนั้นพม่าได้เอาไฟเผาบ้านเรือน ทำลาย
ข้าวของต่างๆ อยู่ 15 วันและได้ฆ่าฟันผู้คนไม่เลือกว่าคนมีเงินหรือไม่มี
เงินก็ฆ่าฟันเสียสิ้นแต่พวกพม่าพยายามฆ่าพวกพระสงฆ์มากกว่าแลได้ฆ่าเสีย
นับจำนวนไม่ถ้วนข้าพเจ้าเองได้เห็นพม่าฆ่าพระสงฆ์ในตอนเช้าเวลาเดียว
เท่านั้นกว่า20 องค์"

"เมื่อพม่าได้เผาบ้านเรือนในพระนครตลอดจนพระราชวัง และวัดวา
อารมหมดสิ้นแล้วพวกพม่าจึงเตรียมการที่จะยกกลับไป พวกพม่าได้
ยกทัพออกจากกรุงเมื่อวันที่ 15 เดือนเมษายน ค.ศ.1767 (พ.ศ.
2310)"



ประวัติศาสตร์ไทยสมัยกรุงศรีอยุธยา ฉบับตุรแปง แต่งโดยนาย
"ฟรังซัวส์ อังรี ตุรแปง" ชาวฝรั่งเศส โดยรวบรวมเรื่องราวจากบันทึก
ของสังฆราช บาทหลวงชาว ฝรั่งเศส

"วันที่ 28เม.ย.1767(กรุงแตก7เมย.)บ้านเมืองถูกยึดโดยการโจมตี
ทรัพย์สมบัติในพระราชวังและวัดต่างๆไมเหลืออะไรเลยนอกจากซาก
ปรักหักพังและเถ้าถ่านพระพุทธรูปถูกนำมาหลอมและทำลายโดยผู้
ชนะที่ป่าเถื่อนผู้มีแต่ความโลภเท่านั้นเพื่อเป็นการแก้แค้นในความ
เสียหายครั้งนี้ พวกพม่าได้ถ่ายเทความโกรธแก่เมืองเล็กๆโดยรอบ
สยาม" "พวกพม่าได้ใช้ไฟลนฝ่าเท้าของพวกสยาม เพื่อจะให้พวกสยามเปิด
เผยที่ซ่อนทรัพย์สิน และทำการข่มขืนลูกสาวที่กำลังร่ำไห้ต่อหน้าต่อ
ตาพวกเขา" "พระสงฆ์ซึ่งถูกสงสัยว่าปิดบังทรัพย์สินจำนวนมากถูกธนูยิงจนพรุน
และถูกหอก คนอื่นๆจำนวนมากก็ถูกตีจนตาย ด้วยกระบองหนัก" "สภาพ
บ้านเมืองก็เช่นเดียวกับวัดวาอารามซึ่งเต็มไปด้วยซากศพ
แม่น้ำต่างๆไหลไม่สะดวกเนื่องจากพวกซากศพกีดกั้นทางน้ำกลิ่น
เหม็นจากสิ่งเหล่านี้ ชักจูงพวกแมลงวันมาตอมอันเป็นเหตุให้
ยุ่งยากในการล่าถอยของกองทัพพวกเสนาบดีและพวก
คนสนิทถูกจับใส่โซ่ตรวนและถูกกล่าวหากลายเป็นทาสอยู่ในเรือโบราณ
พระเจ้าแผ่นดินผู้รู้เห็นในชะตากรรม ของข้าราชสำนักพระองค์
ได้พยายามที่จะหลบหนีแต่พระองค์ทรงถูกจำได้ และถูกปลงพระชนม์
ที่ประตูพระราชวัง" "ขุนหลวงหาวัด(พระราชอนุชาพระเจ้าเอกทัศน์ ซึ่งกำลังผนวชอยู่)
ถูกพรากจากความสงบซึ่งพระองค์ปรารถนาเพื่อหลีกเลี่ยงเรื่องยุ่งยาก
และถูกนำไปรวมกับพระราชวงศ์ทั้งหมดพวกที่ถูกจับกุมทั้งหมดกลัว
ถูกทรมานได้สารภาพว่าพวกเขามีทรัพย์สมบัติที่แอบซ่อนอยู่มากมาย
เมื่อความโลภของพวกพม่าเป็นที่จุใจแล้ว และบ้านเมืองเต็มไปด้วย
ซากศพ และคนที่กำลังจะตาย กองทัพที่มีชัยก็ถอนกลับไปพะโค"
หนังสือ"อภินิหารบรรพบุรุษ"สมุดไทย กระดาษข่อยขาว
ของ ม.จ.ปิยภักดีนาถ สุประดิษฐ์


"ในแผ่นดิน(รัชกาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ)เจ้าพระยาจักรีที่สมุหนายก
ตั้งบ้านเรือนอยู่ใก้ลกำแพงพระมหานครกรุงศรีอยุธยา ในกาลครั้งโน้นนั้น จีน
มีชื่อไหยฮอง เป็นขุนพัฒน์นายอาการบ่อนเบี้ยแลกอบด้วยภรรยาทาสชายหญิง
แลทรัพย์สมบัติโดยสมบูรณ์ จึงเข้าไปพึ่งบารมีอาศัยที่อยู่หน้าบ้านท่านเจ้าพระ
ยาจักรีมาช้านาน จนภรรยาตั้งครรภ์กำหนดได้ 10 เดือน ก็คลอดบุตรชายคนที่
1 ในจุลศักราช 1096ปีขาลฉอศกกุมารบุตรจีนไหยฮอง ขุนพัฒน์นั้นมีศิริรูป
พรรณสันฐานงามยิ่งนักโดยลักษณะกุมารนั้นเป็นจตุรัสกายคืออธิบายว่าวัดตั้ง
แต่เท้าถึงศูนย์สะดือเป็นมัชฌิมะกายได้ส่วนหนึ่งแลวัดตั้งแต่ศูนย์สะดือถึงผม
ตกแห่งหน้าผากเป็นส่วนหนึ่ง แลวัดตั้งแต่ศูนย์อุระราวถันออกไปถึงปลายนิ้ว
มือข้างซ้ายเป็นส่วนหนึ่ง ข้างขวาเป็นส่วนหนึ่งทั้งสี่ส่วนนั้นยาวเสมอกันไม่ก้ำ
เกินที่สะดือนั้นเป็นหลุมลึกลงไป พอจุผลหมากลงทั้งเปลือกผิดกับสามัญชนทั้ง
หลายจึงว่าเป็นลักษณะจตุรัสกาย คือรูปศิริกายเป็นส่วนสี่เหลี่ยม ดุจดังพระพุทธ
ลักษณะแห่งองค์สมเด็จพระสมณโคดม"


ราชพงศาวดารกัมพูชา ฉบับหลวงเรืองเดชอนันต์
(ทองดี ธนะรัชต์-บิดาจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์)แปล

"ลุศักราช 1131(พ.ศ.2312)ปีฉลู พระเจ้าตาก(สิน)เป็นบุตรจีนไหหง อยู่ใน
กรุงศรีอยุธยา ได้รวบรวมกำลังออกรบกับพม่ามีชัยชนะขับไล่พม่าออกไปจาก
เมืองไทยแล้วตั้งตนขึ้นเป็นเจ้าาในกรุงศรีอยุธยา ได้ใช้ให้ข้าหลวงนำศุภอักษรมา
ทูลสมเด็จบรมบพิตรพระนารายณ์ราชาธิบดีณ กรุงกัมพูชาให้มีราชสาส์น(พร้อม
ด้วยเครื่องบรรณาการดอกไม้เงินทอง)ไปถวายแด่พระเจ้าตาก เพื่อเป็นทางพระราช
ไมตรีดุจกาลก่อน สมเด็จพระบรมบพิตรทรงพระดำริเห็นว่า พระเจ้าตากนี้ เป็น
เสมอแต่ เพียงบุตรจีนไหหง ตระกูลราษฎรสามัญแลมาตั้งต ัวเองขึ้นเป็นกษัตริย์จะ
ให้เรานำเครื่องราชบรรณาการดอกไม้เงินทองไป ถวายยอมเป็นเมืองขึ้นเช่นนี้ดูกระ
ไรอยู่ เห็นจะไม่เป็นการสมควรพระองค์จึงไม่ทรงยอมรับเป็นเมืองประเทศราชแก
่ พระเจ้าตาก"



พงศาวดารญวณหรือหนังสือ"เวียดนามสือกี้"
ฉบับนายหยอง ญวน
ทหารปืนใหญ่แปล พิมพ์ครั้งแรกปี พ.ศ.2443


"ประการหนึ่งอันพระเจ้ากรุงธนบุรี คือเจ้าตากสิน ชาติตระกูลบิดาเป็นจีนแต้จิ๋ว ตั้ง
บ้านเรือนอยู่ในเขตแขวงกรุงเก่า แซ่ติ้นชื่อก๊กฮวย ครั้นเมื่อกรุงศรีอยุธยาโบราณ
เสียแก่พม่าข้าศึก พระยาตากจึงตั้งตัวขึ้นเป็นกษัตริย์ตั้งกรุง ณ ประเทศตำบลบาง
กอกใหญ่ เรียกกรุงธนบุรี"

พระราชพงศาวดารจีนราชวงศ์เช็ง
แผ่นดินพระเจ้าเขียนหลง
บันทึกประวัติโดยอาลักษณ์จีน

"บิดาเจิ้งเจาเป็นชาวมณฑลกวางตุ้งไปทำมาค้าขายอยู่ที่ ่
เสียมล่อก๊กและเกิดเจิ้งเจาที่นั่นเมื่อเจิ้งเจาเติบใหญ่เป็นผู้มี
ความสามารถได้เข้ารับราชการอยู่ในเสียมล่อก๊ก เมื่อเจิ้งเจารบ
ชนะพม่าแล้ว ราษฎรทั่วประเทศยกขึ้นเป็นเจ้าครองประเทศ"

พระราชพงศาวดารกรุงธนบุรี
ฉบับพันจันทนุมาศ(เจิม)
ฉบับหมายเลข 2/ไฆ

"จึงอุตสาหะด้วยกำลังกรุณาแก่สมณพราหมณาจารย์แลพุทธศาสนา
จะเสื่อมสูญเดิมชื่อจีนแจ้งซึ่งเป็นพ่อค้าเกวียนมีความชอบในแผ่น
ดินได้เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินอยู่ ณ เมืองตาก"

ประชุมพงศาวดารภาคที่ 65

"พุทธทำนายในคัมภีร์ธาตุวงศ์ ใจความว่าตระกูลเสนาบดีได้เป็นกษัตริย์ 4 พระ
องค์ๆสุดนั้นพม่าจะยกมาย่ำยีกรุงเทพฯเสียแก่พม่าแล้ว ยังมีชายพ่อค้าเกวียน
นั้นจะได้เป็นพระยาครองเมืองทิศใต้ กรุงชายชเลชื่อเมืองบางกอก…"
จดหมายเหตุของพวกคณะบาทหลวงฝรั่งเศส
ประชุมพงศาวดารภาคที่ 39

"…ในเวลานั้นพระยาตาก ซึ่งเป็นชาติจีนครึ่ง 1 นั้น กำลังดำริจะเอา
ราชสมบัติ…"


ประวัติศาสตร์ไทยสมัยกรุงศรีอยุธยา
ฉบับตุรแปง พิมพ์ที่ปารีส เมื่อ
พ.ศ.2314 ต้นสมัยกรุงธนบุรี

"ประชาชนมุ่งมั่นไปที่พระยาตาก ขุนนางสยามซึ่งมารดาเป็นชาวจีน
ท่านเป็นทั้งนักการเมือง และนักรบ ท่านปูทางที่จะไปสู่ความยิ่งใหญ่
ของท่าน ด้วยการเรียกร้องความสงสารและความเห็นใจ ท่านได้รับ
เลือกเป็นหัวหน้าโดยเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนทั้งหมด ครั้งแรก
ท่านได้ใช้นามแฝงว่า "ผู้กู้ชาติ"และแอบแฝงความสูงศักดิ์ โดยการ
ใช้เครื่องนุ่งห่มตามปรกติ ท่านปรารถนาที่จะทำตัวเป็นเพียงประชา
ชนคนหนึ่งเท่านั้น เพื่อที่จะเป็นผู้ปกครองประเทศที่แท้จริงต่อไป"



พงศาวดารกรุงศรีอยุธยา
ฉบับสมุดไทยดำเส้นดินสอขาว
(ฉบับนี้พิศดารกว่าฉบับอื่น
เพราะเขียนให้ร้ายพระยาตากสิน)

"ขณะนั้นยังมีบุตรจีนคลองสวนพลูคนหนึ่ง ขึ้นไปค้าขายอยู่ ณ เมือง
ตากหลายปีครั้นอยู่มาจีนผู้นั้น เป็นคนมีสติปัญญาเฉลียวฉลาดช่วย
กรมการชำระถ้อยความของราษฎรอยู่เนืองๆ เจ้าเมืองตากนั้นป่วยลง
ก็ถึงแก่ความตายจีนมีชื่อผู้นั้นก็ตัดผมเป็นไทย ลงมา ณ กรุงศรีอยุธ
ยา จะเดินเป็นเจ้าเมืองตาก จึงเข้ามาหานายสด เป็นคนรักกันกับชาย
มีชื่อผู้นั้น นายสดก็พาชายมีชื่อผู้นั้นไปหาหลวงนายชาญภูเบศ นาย
เวรมหาดเล็กของขุนหลวงหาวัดหลวงนายชาญภูเบศก็ไปหาพระยาจัก
รีว่า ชายมีชื่อจะเดินเป็นตัวเมืองตาก จะกราบเท้าเจ้าคุณให้ช่วยด้วย
พอมีหนังสือมาวางเวรว่า เจ้าเมืองตากนั้นถึงแก่อนิจกรรมเสียแล้ว
พระเจ้าอยู่หัวทรงพระดำริว่า เมืองตากเล่าก็เป็นเมืองหน้าศึกอยู่ ให้
พระยาจักรีหาคนที่มีสติปัญญาพอจะเป็นได้""พระยาจักรีเห็นได้ท่วงที
แล้วก็กราบบังคมทูลว่า เห็นจะจัดแจงได้
พระเจ้าอยู่หัวก็เสด็จขึ้น พระยาจักรีก็กลับออกมาบอกนายชาญภูเบศ
ว่าได้ จึงให้หาชายมีชื่อผู้นั้นเข้ามาบอกว่า พระเจ้าอยู่หัวโปรดแล้ว
พระยาจักรีจะให้มีท้องตราขึ้นไป พระยาจักรีก็นำเอาชายมีชื่อผู้นั้น
เข้าเฝ้าถวายบังคม ทรงพระกรุณาโปรดฯให้เป็นพระยาตาก จึงพระ
ราชทานเครื่องยศสำหรับเมืองเก่านั้นขึ้นไป"

"พระยาตากกับภรรยาและบ่าวของตัวขึ้นไปถึงเมืองตากวางตรา กรม
การทั้งปวงพร้อมกันก็จัดแจงเรือและคนสำหรับเมืองคานหามแห่นั้น
ทั้งสิ้น พระยาตากครองเมืองตากสืบไป ไพร่บ้านพลเมืองชื่นชมยินดี
นักจะว่ากล่าวอันใดคนกลัวเกรงมาก ก็จัดแจงตั้งบ่อนถั่วบ่อนไก่ ให้
กรมการมาเล่น ทั้งชาวบ้านชาวเรือ คิดฉ้อตระบัดถ้อยความของราษ
ฎรว่าเสียผู้เดียว ข่มเหงกรมการทั้งปวง ชาวบ้านชาวเรือที่มีทรัพย์เอา
เป็นของตนสิ้น กรมการทนทานมิได้ จึงร่วมคิดกันหลายคนว่าเราทั้ง
ปวงเรี่ยไรเงินกันเข้า จ้างคนดีมีวิชาให้ฆ่าเจ้าเมืองเสีย จึงชวนกัน
เที่ยวหาจ้างคนอ้ายรั่งทาสหลวงยกกระบัตรก็รับเอา อยู่ได้สามวันสี่
วันเห็นสนิทเพลาค่ำ ถือดาบย่องเข้าไปที่พระยาตากนอนนั้น
ครั้นเห็นหลับสนิทแล้วถือดาบเข้ามาเงื้อดาบขึ้นจะฟัน ก็บังเกิดไฟ
ลุกขึ้นทั้งตัว เป็นประจักษ์แก่ตา อ้ายรั่งตกใจล้มลง พระยาตากตื่นขึ้น
เห็นคนถือดาบก็จับเอาตัวได้ จึงว่าอ้ายนี่จะฆ่ากูด้วยอันใด อ้ายรั่ง
จึงว่าเขาจ้างให้มา ข้าพเจ้ายากจนก็รับจะฆ่าเจ้าคุณเสีย เจ้าคุณบุญมาก
จะเป็นกษัตริย์ พอข้าพเจ้าเงื้อดาบจะฟัน เป็นไฟลุกขึ้นทั้งตัวเจ้าคุณ
จะได้เป็นกษัตริย์เป็นมั่นคง ขอชีวิตข้าพเจ้าเถิด พระยาตากได้ยิน
อ้ายรั่งทำนาย ว่าตัวจะได้เป็นเจ้าแผ่นดิน มีใจกรุณาปล่อยอ้ายรั่งนั้น
เสียพระยาตากมีใจกำเริบขึ้นกระทำสิ่งอันชั่วต่อไปไม่กลัวเกรงพระ
ราชอาญาหามิได้"

"กรมการพร้อมกันแต่งหนังสือเข้าชื่อกันบอกลงมาถึงสมุหนายก
กล่าวโทษพระยาตากว่ากระทำหยาบช้าเป็นหลายข้อสมุหนายกก็นำ เอาข้อ
ความขึ้นกราบถวายบังคมทูลพระเจ้าอยู่หัวได้ทราบเหตุดังนั้น จึงให้
ขุนรามมรณภพขึ้นไปจับพระยาตากฆ่าเสีย เป็นคนหาอยู่ในหิริโอตัป
ปะมิได้ โฉดเขลาเมาในสันดาน พาลประทุษจริตให้ขึ้นไปฆ่าเสียครั้น
ฆ่าเสียแล้วให้ครองเมืองเถิด ขึ้นนางมีชื่อผู้นั้นก็ขึ้นไป พระยาตาก
รู้ให้ลงมารับข้าหลวงขึ้นไปเลี้ยงดูมิให้รู้หนักเบาจับข้าหลวงฆ่าเสีย
กรมการทั้งปวงเข้าชื่อกันบอกลงมา พอพม่าติดกรุงพระนครศรีอยุธยา
ก็จนใจอยู่"

"ครั้นพม่าล้อมกรุง พระยาตากจัดทหารห้าร้อยคนลงมาอาสาตีทัพพม่า
ถวาย ครั้นลงมาถึงกรุงเข้าเฝ้ารับอาสาตีพม่า พระเจ้าอยู่หัวพระราช
ทานเสื้อทรงอย่างน้อยที่ดีให้พระยาตากตัวหนึ่ง กับข้าวสารแจกให้
ทุกทหารคนละถังแล้วออกตีพม่า"



จดหมายเหตุความทรงจำ
ของกรมหลวงนรินทรเทวี

"พม่าล้อมไว้3ปีแผ่นดินต้น(พระเจ้ากรุงธนบุรี)หนีออกจากเมืองกับผู้
คนพรรคพวก 500 มีปืนถือติดมือ แต่ท่านหนีข้ามฟากไปตะวันออก"





Forumer™ is Voted #1 Free Forum Hosting provider
Build your own community today with the largest message board hosting company.