เวลา 11.15 น. วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ.2540 นายผีกลับถึงแผ่นดินแม่ ณ จุดกึ่งกลางสะพานมิตรภาพ ด้วยรถตู้สีเทา เขามาในกระเป๋า STOW AWAY CLASSIC สีเขียว นำทางโดยพระภิกษุสามรูป ถือสายสิญจน์ผูก โยงเข้ากับกระเป๋า จากสะพานมิตรภาพก็มุ่งสู่วัดศรีสุมังค์ มีแว่วเสียงเพลงในท่วงทำนองคึกคัก เร่งเร้า ทว่าเนื้อหา ชวนสะเทือนใจ ว่า
อายุหกสิบห้าไม่มีอากาจะสะพาย มีแล้ก็แต่คาร์ไบน์
ถึงปืนไม่ร้ายแต่ใจยังจำ จับปืนขี้เมี่ยง มองเมียงมือคลำ
ปังคะมำลงมา นัดหนึ่งคนหนึ่ง นิ้วตึงอกแตก
เลือดทะลักซักแหลก และกับเลือดหกตุลา..คม
ห้าขวบหย็อยๆอยู่ข้างหน้า หกสิบห้าเหย่าๆตามหลัง ทางภูดูยาวเหยียดหยัด
ต้องการสมรรถพลัง สองขาพาไป จะปะอะไรก็ช่าง ถึงปู่ล้มหลานยัง
เสียปืนยิงปังก้องพนา... เอ๋ย พนม ปัง ปัง ปัง.. ก้องพนา
( คนล่าสัตว์ - กินนร เพลินไพร )
หลังพิธีสวดบังสกุล , ได้นำกระดูกซึ่งอาบน้ำยาไว้ เกือบสมบูรณ์ทุกชิ้นส่วน ออกจากกระเป๋ามาจัดวางบนผ้าขาว ทำพิธีรดน้ำศพ ต่อเมื่อบรรจุกระดูกลงในโลงไม้ ป้าลมดึงผ้าแพรสีแดงเลือดนกฝืนใหญ่ออกมา ประดับด้วยดาว เหลืองดวงใหญ่ห่มคลุมร่าง " ลุงไฟ " อีกชั่วโมงถัดมา โลงสีขาวถูกยกขึ้นรถคัดเดิม ขบวนต้อนรับ นายผีคืนถิ่น แผ่นดินแม่ละจากฝั่งโขง มุ่งหน้าสู่นครราชสีมา โดยมีรถนำขบวน จากกองปราบปรามพิเศษ คอยอำนวน ความสะดวก นับเป็นประจักษ์พยานยืนยัน ถึงห้วงเวลาอัน สงบสันติ แม้ครั้งหนึ่งเขาจะยืนอยู่คนละฝ่ายกับรัฐบาลไทย ถึงขั้นจับอาวุธขึ้นต่อสู้ แต่เมื่อกลับถึบงวันเวลาที่เขากลับมา เขาได้รับทั้งเกียรติและการคารวะ
คืนวันที่ 22 พฤศจิกายน 2540 ณ สนามฟุตบอล สถาบันราชภัฏนครราชสีมา บทเพลง " คิดถึงบ้าน " ถูกขับขาน ร่วมกันด้วยน้ำเสียงของคนกว่าสามหมื่นคน อาจเป็นการขับขาน บทเพลงนี้ ซึ่งกระหึ่มดังมากที่สุด ในจำนวนนับแสน นับล้านเที่ยว ซึ่งเพลงบทนี้ ได้รับการขับขานมาตลอดห้วยเวลา 14 ปี นับแต่คาราวานนำมาบันทึกเสียงไว้ใน อัลบัม " บ้านนาสะเทือน " เมื่อปี 2526 ปีเดียวกับที่เจ้าของบทเพลงพลัดพรากจากถิ่นแผ่นดินเกิด
หลังพิธีเผาในวันที่ 11 มกราคม 2541 อัศนี พลจันทร ได้นอนอย่างสงบภายในอนุสรณ์สถานซึ่งสลัก คำว่า " เดือนเพ็ญ " ไว้บนพื้นหินอ่อน กลางไร่อ้อย ของคู่ชีวิต ณ จังหวัดกำแพงเพชร สงบลงในความเชื่อมั่นที่ว่า เพ็ญนั้นคงยังเด่นดวง ตราบใดที่สังคมยังเหลื่อมล้ำ และมีคนลุกขึ้นต่อกรกับความไม่เป็นธรรม...